เคยมีคนพูดเอาไว้ว่า
"มิตรภาพเป็นเรื่องยากเเละท้าทาย
มันเหมือนต้นไม้ที่เราต้องหมั่นรดน้ำ พรวนดิน
ไม่สามารถงอกงามได้ด้วยตัวมันเอง"
มีนาฬิกาปลุกอยู่เรือนหนึ่ง
มันทำหน้าที่ของมันทุกวันทั้งเข็มยาวเข็มสั้น….
ยังคงเดินทางรอบหน้าปัดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ตอนเช้าๆๆๆๆๆๆๆๆ..มันจะส่งเสียงกวนประสาท
เสียงที่ทำให้เราต้องตื่นจากความฝันแสนหวาน
เราตอบแทนมันโดยการเอื้อมมือไป ตบหรือกดมันอย่างแรง
ด้วยความรำคาญ เพื่อให้มันเงียบ
ทั้งๆที่มันก็ช่วยให้เราไม่ไปโรงเรียนสาย
และถ้ามันเผลอปลุกเราในวันหยุด
บางทีเราอาจจะขวางมันทิ้งเสียด้วยซ้ำ
ทั้งๆที่เราก็เป็นคนตั้งเวลาเอาไว้เอง
บ้างครั้งเราก็มั่วทำอย่างอื่นที่เราเห็นว่าสำคัญมากกว่า
“นาฬิกา” ที่มันตั้งอยู่ที่เดิมของมันทุกวัน
เราไม่ใส่ใจมันเท่าไรหรอก จะสนใจมันแค่ตอนเรา
“อยากรู้เวลาก็เท่านั้นเอง”
จนกระทั่งวันนึงนาฬิกาเดิมๆเรือนนั้นมันเงียบหายไป
คุณไม่รู้หรอกว่ามันเงียบไปเมื่อไร
คุณจำไม่ได้หรอกว่าตอนมันเดินครั้งสุดท้าย คือ ตอนไหน
คุณได้แต่โทษมันในเช้าวันนั้นว่า
“ไอ้นาฬิกา เฮงซวย..ทำไมถึงไม่ปลุก”ทั้งที่มันเงียบไปเพราะคุณ………
คุณว่าไหม ว่าเพื่อนมันเหมือน “นาฬิกาปลุกเนอะ…”ทำไมนะเหรอ……….
คุณคิดดูสิ---
ความรักระหว่างเพื่อนก็เหมือนการเดินของเข็มนาฬิกา
เดินอยู่ที่เดิมๆๆ แต่ก็เดินไปได้เรื่อยๆๆ ไม่เหนื่อยไม่เบื่อ
บางครั้งเพื่อนก็เตือนเราบอกเรา
แนะนำเราในบางเรื่องที่เราควรจะฟัง
แต่เรากลับรำคาญมันพูดทำร้ายน้ำใจเค้า
หรือทำให้เค้าเสียใจเพราะคิดว่าคำพูดเตือนของเค้าทำให้คุณรำคาญ
ถึงแม้บางทีคุณก็ทำไปเพราะไม่ได้ตั้งใจ
แต่ลองสังเกตสิสิ่งที่เพื่อนๆคุณเตือน(ด้วยความหวังดีนั้น)
บางทีกลับช่วยคุณได้หลายเรื่องหลายครั้งหลายคราว
ที่คุณมัวแต่ทำเรื่องอื่นให้ความสำคัญกับคนอื่นๆๆและมองข้ามความสำคัญเพื่อน
เพราะคุณคิดอยู่เสมอว่า……..
ความรักของเพื่อน มันเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา
เช่นเดียวกับ นาฬิกา…ที่มันจะเดินไปอย่างนั้น…เหมือนทุกๆวัน
แต่คุณคงลืมไปว่าสักวัน
ถ่านที่คุณใส่ไว้มันก็ต้องหมด
นาฬิกาไม่ได้ละเลยหน้าที่ของมัน
หากเพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไป
มันจะเอาแรงที่ไหนเดินหากไม่มี แบตเตอร์รี่
เช่นเดียวกันกับเพื่อนของคุณ
แม้เค้าจะรักและปรารถนาดีกับคุณมากแค่ไหนก็ตาม
หากคุณเองไม่เคยใส่ใจหลงลืมไปว่ายังมีเค้าอยู่
ก็เปรียบเหมือนดังนาฬิกา
ที่มันไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ของมันหรอก
หากแต่เพียงคุณเองที่ไม่เคยจะเอาใจใส่นาฬิกาเก่าๆเดิมๆเรือนนั้นเลย
ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะหันกลับมามองมองดูนาฬิกาเรือนเดิม
ไม่สายไปใช่ไหมที่คุณจะใส่ถ่านให้มันอีกครั้ง
และไขลานให้มันเดินดังเดิม
เพื่อให้นาฬิกาเรือนเดิมกลับมาทำหน้าที่หน้าเบื่อเดิมๆอีกสักครั้ง
แกลงสยามใช่มมะ
แร้วแกก้อเรียกแทกซี่
บอกไปจุรา คณะบันชี
ส่วนไหย่แทกซี่ก้อจะรู้
อาจจาบอกเพิ่มว่า ประตูสุดท้าย ตรงข้ามสามย่านอ่ะแก
โอเคนะมึง